7 วิธีแก้ปากคล้ำง่ายๆ สามารถทำได้ที่บ้าน

ปัญหา ปากคล้ำ ปากดำ ไม่ได้เกิดกับคนผิวคล้ำเสมอไปนะคะ พฤติกรรมหลายอย่างที่เราทำในชีวิตประจำวันเนี่ยแหละ สามารถทำให้เราปากคล้ำลงได้ รวมไปถึงอาหารที่เรารับประทานด้วย วันนี้ ลาลาน่า สตูดิโอ จะพาสาว ๆ ไปดู วิธีแก้ปากคล้ำ กันค่ะ ซึ่งแต่ละวิธีทำได้ไม่ยากเลย อ่านแล้วต้องทำตามด่วน ๆ จะได้มีปากสีชมพูน่าจุ๊บ เหมือนนางเอกซีรีย์เกาหลี >< ไม่ต้องทนปากคล้ำอีกต่อไปค่ะ

1.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

น้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย เป็นองค์ประกอบถึง 2 ใน 3 ของร่างกาย การที่เราได้รับน้ำในประมาณที่น้อยเกินไปเซลล์เราจะแห้ง ( สังเกตง่ายๆจากผิว ) น้ำ ยังมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารอาหาร ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย และช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ หรือปัสสาวะ ยังช่วยให้อุจระไม่แข็งจนเกินไป นอกจากนี้น้ำยังช่วยในการปรับสมดุลภายในร่างกายอีกด้วย

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน สำหรับคนทั่วไปให้คำนวณง่ายคือ นำน้ำหนักตัวคุณด้วย 33 โดยหน่วยเป็น cc ตัวอย่างเช่น เรามีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม เราก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 33 x 70 = 2,310cc คือ 2 ลิตรกว่าๆ หรือประมาณง่ายคือควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หากเราต้องออกกำลังกายหรือทำงานหนัก เราอาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำที่ต้องดื่มในแต่ละวัน หรือหากต้องทำงานในสภาวะที่ต้องเสียเหงื่อเยอะ เช่นทำงานกลางแสงแดด หรืออากาศร้อน หรือหากร่างกายไม่ปกติเช่นได้รับสารเคมี ก็ควรดื่มน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย การดื่มน้ำยังทำให้ผิวของเราสุขภาพดีอีกด้วย

2. เลิกใช้ลิปที่ไม่ได้คุณภาพได้แล้ว !

ข้อนี้หลายๆคนอาจจะเพิกเฉย และไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่อยากจะบอกว่า ลิปที่ไม่ได้มาตรฐานนี่แหละ เป็นตัวการทำให้ปากดำเลยล่ะค่ะ เพราะบางทีสีที่เค้าผสมมาในลิปสติกที่คุณมองว่าสีแน่น กลบสีปากได้ปังมากเว่อร์ ติดแน่นทนนาน ทั้งวันก็ไม่หลุด อาจจะมีสารบางอย่างที่จะมากัดให้ริมฝีปากของเรานั้นกลายเป็นสีดำคล้ำได้ หรือบางคนเกิดอาการแพ้ลิปสติก เพราะโดยทั่วไป ลิปสติก หรือผลิตภัณฑ์ทาปากมักมีส่วนผสมของสี น้ำหอม สารกันเสีย สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ส่วนผสมสำหรับกันน้ำ รวมทั้งสารเคมีอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแวววาว หรือทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์เรียบเนียน ส่วนประกอบเหล่านี้อาจทำให้ผู้ใช้มีอาการแพ้และส่งผลให้ริมฝีปาก บริเวณรอบ ๆ หรือมุมปากอักเส[

อาการแพ้ลิปสติกป้องกันได้โดยเลือกซื้อลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากที่มีส่วนผสมที่ปลอดภัย อ่อนโยนต่อผิว และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง รวมทั้งหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เสี่ยงแพ้ได้สูง ดังนี้

ส่วนผสมของลิปสติกที่ควรเลี่ยง

  • กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) และเรตินอล (Retinol) ส่วนผสมเหล่านี้ทำให้ริมฝีปากแห้งและระคายเคือง ส่งผลให้ส่วนผสมหรือสารก่อภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ ในลิปสติกผ่านเข้าไปทำลายผิวหนังได้ง่าย และเกิดอาการริมฝีปากอักเสบในที่สุด
  • น้ำหอม เสี่ยงทำให้ริมฝีปากอักเสบหรือเกิดอาการแพ้ ผู้ใช้จึงควรเลือกลิปสติกที่ปราศจากส่วนผสมชนิดนี้ โดยอ่านส่วนประกอบที่ระบุบนฉลากของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
  • สารกันเสีย ควรเลือกใช้ลิปสติกและผลิตภัณฑ์ทาปากที่มีส่วนผสมของสารกันเสียจากธรรมชาติทดแทน เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่า เช่น น้ำมันสะเดา เป็นต้น

ส่วนผสมของลิปสติกที่ควรเลือก

  • กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งแตก
  • เชีย บัตเตอร์ (Shea Butter) กลีเซอรีน (Glycerin) และลาโนลิน (Lanolin) เป็นส่วนผสมสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวมีสุขภาพดี ควรเลือกลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากที่ระบุว่ามีส่วนผสมเหล่านี้เป็นอันดับต้น ๆ บนฉลาก
  • วิตามินบี 3 หรืออีกชื่อหนึ่งคือไนอาไซนาไมด์ (Niacinamide) เป็นสารที่ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันผิว และช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบได้

3. ใช้แปรงสีฟันช่วยขัดริมฝีปากทุกครั้งหลังแปรงฟัน

หลังจากแปรงฟันเสร็จแล้วทุกครั้ง อย่าลืมที่จะนำแปรงสีฟันมาถูเบา ๆ ไปมารอบ ๆ ริมฝีปาก เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพของริมฝีปากให้ออกไป จากนั้นผิวก็จะสร้างใหม่และดูใส อมชมพูขึ้น ปากก็จะหายคล้ำได้แน่นอน วิธีนี้ใครหลายคนยืนยันมาว่าเห็นผลจริงในระยะเวลาไม่ถึงเดือน ไม่เชื่อต้องลองดูค่ะ ยาสีฟันที่ใช้ก็เป็นตัวที่เราแปรงฟันเลยนั่นละ แต่ต้องเลือกดีๆด้วยนะคะ เพราะยาสีฟันบางตัวก็อาจจะทำให้เราแพ้ได้ ทำเสร็จอย่าลืมทาลิปมันทุกครั้งด้วยนะคะ ริมฝีปากจะได้ชุ่มชื่น

4. สครับริมฝีปากอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

วิธีนี้ช่วยได้และเห็นผลจริง ๆ ค่ะ ลองไปหาซื้อสครับริมฝีปากมาใช้กันดู หาซื้อได้ง่ายๆ ทั่วไปมากมายหลายยี่ห้อ หรือใครที่อยากจะลองทำเอง ก็ทำได้ง่าย ๆ ส่วนผสมก็สามารถหาได้ในครัว เพียงแค่ผสม “น้ำตาล+น้ำผึ้ง+น้ำมันมะพร้าว” เข้าด้วยกัน และนำมาสครับริมฝีปากไปเรื่อย ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นให้เช็ดออก แค่นี้ปากก็นุ่มชุ่มชื้น และจะดูชมพูขึ้นได้ง่าย ๆ หมั่นทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง รับรองว่าสาวๆจะได้ปากเนียนนุ่ม อมชมพูแน่นอนจ้าาา

5. ทานอาหารที่มีวิตามิน B เยอะ ๆ

ข้อนี้บอกเลยนะคะว่า ว่านอกจากจะช่วยให้เรามีริมฝีปาก ที่ไม่คล้ำแล้ว เรายังจะมีสุขภาพที่ดีอีกด้วยค่ะ เพราะการรับประทานอาหารที่มีวิตามิน B จะมีสารสำคัญต่อผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ มีอยู่ตามข้าวกล้อง ตับ ผักใบเขียว เมล็ดอัลมอนด์ ถั่วลิสง หรือ มะม่วงหิมพานต์ ซึ่งแต่ละอย่างหาทานไม่ยากเลยค่ะ ว่าแล้วก็เตรียมถุงผ้าแล้วไปซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านได้เลยค่ะ

6. ทาริมฝีปากด้วยน้ำมันมะพร้าวหรือมะนาว

อีกหนึ่งวิธีนี้ที่ทำได้ง่ายมาก เพียงสาวๆ แตะน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย แล้วนำมาทาที่ริมฝีปากเป็นประจำทุกวันแทนลิปบาล์ม กรดไขมันและสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะพร้าวช่วยลดสีผิวหมองคล้ำ และช่วยบำรุงให้ริมฝีปาก ที่แห้งกร้าน ให้นุ่มชุ่มชื้นขึ้น และอีกอย่างที่หาได้ง่ายๆในตู้เย็นคือ มะนาว เพียงนำน้ำมะนาวมานวดบริเวณริมฝีปากเบาๆ ก่อนนอน จะเป็นการช่วยผลัดเซลล์ ผิวแบบอ่อนๆ ให้ผิวที่เกิดขึ้นมาใหม่มีสีที่จางลง แลดูอมชมพูมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

7. น้ำผึ้ง

วิธีแก้ปากคล้ำ อีกวิธีง่ายๆ คือใช้น้ำผึ้งทาบริเวณริมฝีปาก น้ำผึ้งนอกจากจะนำไปทำขนมอร่อยแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการช่วยสมาแผล ลดรอยคล้ำต่างๆ แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี โดยสาวๆ นำน้ำผึ้งมาทาทั่วริมฝีปากแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะสังเกตได้เลยว่าริมฝีปากมีความนุ่ม ชุ่มชื้นแบบสุดๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 7 วิธีกำจัดริมฝีปากดำคล้ำ ให้กลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น เป็นสีชมพูน่ามอง ใครยังไม่เคยลองทำวิธีไหน ก็ขอให้ลองทำกันดู แต่ถ้าเอาง่ายที่สุด ก็คือการทาลิปสติกในทุก ๆ วันเพื่อกลบริมฝีปากนี่แหละค่า แต่อย่าลืมเลือกลิปสติกที่มีคุณภาพนะ ไม่งั้นปากดำกว่าเดิม ไม่รู้ด้วยน้าาา แต่เดี๋ยวนี้มีการสักปากชมพูเพิ่มมาอีกหนึ่งทางเลือก มาเพื่อให้สาวๆที่ปากคล้ำ อยากมีปากชมพู น่ามอง แต่จะสักปากทั้งทีก็อย่าลืมหาร้านที่ได้มาตรฐานด้วยนะคะ ทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้และความสะอาดของร้านด้วยน้าา


ชมตัวอย่างคิ้ว 6 มิติ และบริการอื่นๆของลาลาน่า สตูดิโอ click

Tel : 082-128-1905
line ID : wareega
Facebook : สักคิ้ว3มิติ 6มิติ โคราช by La La Na
Instagram : lalanastudio
Twitter : lalana studio

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on google